หลายคนเชื่อว่า “ต้องเก่ง Grammar ก่อนถึงจะพูดภาษาอังกฤษได้”แต่ความจริงแล้ว คุณไม่จำเป็นต้องเก่ง Grammar เพื่อสื่อสารให้เข้าใจ ภาษาอังกฤษไม่ใช่แค่กฎไวยากรณ์ แต่คือทักษะที่ต้องใช้ฝึกฝนเหมือนการว่ายน้ำหรือขี่จักรยาน
ในบทความนี้เราจะพาคุณไปรู้ว่า ทำไม “ไม่เก่งแกรมม่า” ถึงไม่ใช่อุปสรรค และจะแก้เกมยังไงให้คุณ “พูดอังกฤษได้จริง” อย่างมั่นใจ

ทำไมพูดภาษาอังกฤษไม่ได้ ทั้งที่เรียนมาหลายปี?
1. เน้นเรียนแกรมม่ามากเกินไป แต่ไม่เคยใช้จริง
ในระบบการศึกษาไทย หลายคนเรียนแกรมม่าเยอะมากแต่ขาดโอกาสในการ “ใช้” ภาษาแบบจริงจังผลคือ เข้าใจทฤษฎีแต่พูดไม่ออก เพราะไม่เคยฝึกพูด
2. กลัวพูดผิด กลัวโดนหัวเราะ
ความกลัวเป็นกำแพงสำคัญที่ทำให้หลายคนไม่กล้าเริ่มทั้งที่ความจริงคือ เจ้าของภาษาส่วนใหญ่เข้าใจและพร้อมให้อภัยหากเราพูดผิด
3. แปลไทยก่อนพูด ทำให้พูดช้า
หลายคนติดนิสัยคิดเป็นภาษาไทยก่อน แล้วค่อยแปลเป็นอังกฤษส่งผลให้เวลาพูดจริงสมองประมวลผลช้า และพูดไม่ทันสถานการณ์

ไม่เก่ง Grammar แต่กล้าพูดภาษาอังกฤษ
เทคนิคฝึกพูดภาษาอังกฤษให้คล่อง แม้ไม่เก่งแกรมม่า
1. เน้นการสื่อสาร ไม่เน้นเพอร์เฟกต์
เป้าหมายของภาษาคือ “การสื่อสาร” ไม่ใช่ความสมบูรณ์แบบถ้าผู้ฟังเข้าใจสิ่งที่คุณพูดได้ ถือว่าคุณ “พูดอังกฤษได้แล้ว”
ตัวอย่างที่คนฟังก็เข้าใจสิ่งที่คุณหมายถึงอยู่ดี
❌ “He don’t know.”
✅ ควรเป็น “He doesn’t know.”
2. ใช้เทคนิค Shadowing ฝึกเลียนเสียงเจ้าของภาษา
เลือกคลิปสั้น ๆ จาก YouTube หรือ Podcastพูดตามแบบคำต่อคำ เน้นจังหวะและน้ำเสียงให้เหมือนที่สุดช่วยให้คุณ พูดคล่องขึ้น สำเนียงดีขึ้นโดยไม่ต้องท่องแกรมม่า
3. ฝึกพูดกับ AI หรือครูต่างชาติ
การพูดกับคนจริงหรือ AI ช่วยให้คุณได้ฝึกจริงและได้ Feedback ทันที เช่น ChatGPT (ฝึกบทสนทนาเบื้องต้น) แอปอย่าง 51 Talk เรียนออนไลน์กับครูต่างชาติแบบ 1:1
4. เรียนรู้แกรมม่าทีละน้อย ผ่านการฟังและพูดจริง
แทนที่จะเรียนแกรมม่ายกชุดให้เรียนผ่าน “การใช้งานจริง” เช่น ฟังประโยคเจ้าของภาษาพูด ถอดแบบคำพูดเขามาใช้ สังเกตว่าเขาใช้ tense หรือโครงสร้างแบบไหน

ไม่เก่งแกรมม่าแต่พูดได้ดีกว่าคนที่ไม่กล้าพูด มีหลายกรณีที่คนพูดภาษาอังกฤษคล่อง แต่เขียนผิดเต็มไปหมด แต่ในโลกจริง คนแบบนี้ “ทำงานได้ ทำธุรกิจได้ และใช้ชีวิตต่างประเทศได้จริง”เพราะเขา “กล้าพูด” แม้ไม่เก่งแกรมม่า
เรียนภาษาอังกฤษออนไลน์ให้ได้ผล ต้องเลือกวิธีที่เหมาะกับตัวเอง
การเรียนภาษาอังกฤษออนไลน์ในยุคนี้มีตัวเลือกมากมาย ตั้งแต่ YouTube, แอป, Podcast, คอร์สออนไลน์ ไปจนถึงคลาสเรียนกับครูต่างชาติแบบตัวต่อตัวผ่าน Zoom หรือแอปเฉพาะทาง เช่น 51Talk, Cambly, iTalki ฯลฯ แต่คำถามคือ ทำไมบางคนเรียนออนไลน์แล้วพัฒนาไว พูดได้ ฟังเข้าใจ ขณะที่บางคนเรียนไปเป็นปี ก็ยังรู้สึกว่า “ไม่ค่อยเห็นผล”?คำตอบหลักอยู่ที่ “ความเหมาะสม” กับตัวเอง การเรียนออนไลน์จะได้ผลหรือไม่ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับ “แพลตฟอร์ม” อย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับว่า เราเลือกวิธีที่ตรงกับ “จริตการเรียนรู้” (Learning Style) ของตัวเองหรือเปล่า
รู้จักตัวเองก่อนว่าเรียนแบบไหนแล้วได้ผล ก่อนเลือกแพลตฟอร์มเรียน ลองถามตัวเองด้วยคำถามเหล่านี้
1.คุณเป็นคนเรียนรู้ได้ดีจากการฟังหรือการอ่าน?
ถ้าคุณชอบฟังและเรียนรู้จากเสียง การดูวิดีโอหรือฟัง Podcast อาจเหมาะกับคุณ เช่น BBC Learning English, The English We Speak
2.คุณชอบฝึกแบบตอบโต้จริง หรือเรียนรู้แบบเงียบ ๆ ด้วยตัวเอง?
ถ้าคุณชอบฝึกพูด ลองเรียนกับครูต่างชาติแบบ 1:1 ที่ให้คุณได้โต้ตอบจริง หรือ ถ้าคุณชอบเรียนเองแบบไม่รีบ ก็อาจใช้แอปหรือเรียนจากบทเรียนวิดีโอบันทึกไว้
3.คุณมีเวลาวันละกี่นาที?
ถ้ามีเวลาน้อย แนะนำคอร์สที่ใช้เวลาสั้นแต่สม่ำเสมอ เช่น 25 นาทีต่อวัน หรือ ถ้ามีเวลาช่วงวันหยุด อาจจัดเต็ม 2-3 ชั่วโมง/สัปดาห์ในคลาสกลุ่มก็ได้
เคล็ดลับเรียนภาษาอังกฤษออนไลน์ให้ได้ผลจริง ต้องประกอบด้วย 3 สิ่งนี้
1.สม่ำเสมอมากกว่าครั้งละนาน ๆ
การเรียนภาษาอังกฤษวันละนิด เช่น 25–30 นาที/วัน สม่ำเสมอทุกวัน จะได้ผลกว่าการเรียนครั้งละ 3 ชม. แต่เดือนละครั้ง
2.ฝึกฟัง – ฝึกพูด – ฝึกคิดเป็นอังกฤษควบคู่กัน
อย่าเน้นแค่การท่องศัพท์หรือทำแบบฝึกหัดแกรมม่า แต่ควรได้ “พูดจริง” และฝึกคิดแบบไม่ต้องแปลไทยในหัวเสมอ
3.เลือกครูหรือแหล่งเรียนที่สื่อสารเข้าใจง่าย
และให้กำลังใจครูที่ดีไม่ใช่แค่เก่งภาษา แต่ต้องเข้าใจผู้เรียน ให้คุณกล้าพูดแม้ผิด และค่อย ๆ แนะนำให้ดีขึ้น
แนะนำ: [51Talk แพลตฟอร์มเรียนอังกฤษออนไลน์]
✅ ใช้เวลาแค่วันละ 25 นาที
✅ ฝึกพูดจริงกับครูต่างชาติทุกคลาส
✅ เหมาะกับทั้งเด็กและผู้ใหญ่
✅ ทดลองเรียนฟรีก่อนตัดสินใจ
อย่ารอให้แกรมม่าสมบูรณ์แบบก่อนแล้วค่อยเริ่มให้เริ่ม “ฝึกพูด” ตั้งแต่วันนี้ แล้วใช้ประสบการณ์จริงเป็นครูของคุณ
– ไม่ต้องเก่งแกรมม่า
– พูดผิดได้ แต่อย่ากลัวพูด
– ฝึกทุกวัน แค่วันละไม่กี่นาทีก็เห็นผล




